แจ้งขอ Rebate รายเดือนได้แล้ววันนี้
Rebate ของเดือนมีนาคม 2555 สามารถแจ้งขอคืนเงิน Rebate ได้แล้วในระหว่างวันที่ 1-10 ของเดือน เมษายน 2555 เฉพาะสมาชิกพิเศษ (IB member) เท่านั้น
วิธีการแจ้งขอคืนเงิน Rebate
1. ให้ไปที่เมนู แบบฟอร์มต่างๆ
2. เลือกแจ้งขอ Rebate รายเดือน และเลือก Rebate ที่ต้องการ
3. อ่านเงื่อนไขให้ละเอียดและกรอกแบบฟอร์มแจ้งขอคืนเงิน Rebate และกดส่ง
หมายเหตุ เฉพาะผู้ที่เข้าเงื่อนไขของแต่ละ Broker เท่านั้นจึงสามารถแจ้งขอ Rebate ได้
ระบบสมาชิก
| ลืมรหัสผ่าน? | |
| ลืมชื่อผู้ใช้ (Username) ของคุณ? | |
| ไม่มีบัญชีผู้ใช้? ลงทะเบียน | |
|
|
| ประวัติทองคำโลก |
|
ความเป็นมา ทองคำเป็นที่รู้จักกันในสังคมมนุษย์มาเป็นเวลาเกือบหกพันปีมาแล้ว คำว่า Gold นั้นมาจากคำภาษาอังกฤษ คือ Geolo ซึ่งแปลว่าเหลือง ส่วนสัญลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ของธาตุทองคำ Au มาจากคำภาษาลาติน คือ Aurum แปลว่าทอง ในยุคโบราณทองคำได้นำมาใช้เป็นเครื่องตกแต่งในพิธีกรรมทางศาสนา หรือเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความมีอำนาจความรุ่งเรือง การค้นพบหาทองครั้งแรกสุดดูเหมือนจะพบทางแถบเอเชียตะวันตก โดยเฉพาะในประเทศ อียิปต์ซึ่งเป็นประเทศที่มีสิ่งของเครื่องทองให้ปรากฏเห็นตั้งแต่ประมาณ 4,000 ปีก่อนศริสตศักราช ต่อมาได้มีการค้นพบอีกที่ประเทศมาเซโดเนีย อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย การขุดทองเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่มีการค้นพบทวีปอเมริกา
นับเป็นเวลาหลายศตวรรษที่ผ่านมา ทองคำยังคงสามารถใช้เป็นเงินตราที่มีค่าสูงสุด และเป็นโลหะชนิดเดียวที่ได้รับการยอมรับในทุกหนทุกแห่ง การใช้ทองคำเป็นเงินตรานั้นมีบ้าง ในดินแดนที่มีความเจริญที่สุดในสมัยโบราณกาล ทองคำได้ครองความเป็นเจ้าเมื่อเปรียบเทียบกับเงินตรา( คือโลหะ ) มาจนถึงคริสตศตวรรษที่ 19 ได้มีการเอามาตรฐานทองคำเข้ามาใช้ในระบบเงินตราในหลายประเทศนายทุนใหญ่ ๆ โดยรัฐบาลเป็นผู้หลอมทำและจำหน่ายเงินเหรียญทองคำ ทองคำจึงกลายมาเป็นพื้นฐานหลักของระบบเงินตราไป ได้มีการกำหนดมาตรฐานทองคำใช้กันเป็นครั้งแรกที่สุดในประเทศอังกฤษ แล้วค่อย ๆ แผ่ขยายออกไปประเทศอื่น ๆ เมื่อทองคำและเงินหลั่งไหลเข้ามาในยุโรปตะวันตกภายหลังจากที่ได้มีการค้นพบ ทางภูมิศาสตร์ครั้งใหญ่ ( หมายถึงการล่าอาณานิคม )ในศตวรรษที่ 15 และ 16 จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า ตัณหาของมนุษย์ในการที่มุ่งครอบครอง ทองคำได้ผลักดันให้มนุษย์แสวงหาอาณานิคม ทำสงคราง และสร้างอารยธรรมในตอนกลางศตวรรษที่ 19 ได้มีการค้นพบทองคำในแคลิฟอร์เนียและในออสเตรเลีย ซึ่งทำให้เศรษฐกิจเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วในยุโรปตะวันตกและในอเมริกาเหนือ ทองคำช่วยดึงเอาประเทศต่าง ๆ เข้ามาร่วมกันก่อตัวเป็นตลาดโลกขึ้น ต่อมาในตอนปลายศตวรรษที่ 19 ได้มีการค้นพบทองคำในอาฟริกาใต้และนี่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นของสมัยใหม่ใน ประวัติศาสตร์
ประเทศไทย เคยเป็นที่รู้จักและเรียกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณว่า สุวรรณภูมิ แปลว่าแผ่นดินทองการที่ประเทศไทยได้ชื่อนี้อาจเนื่องมาจากความเป็นจริงของธรรมชาติตามหลักฐาน ที่กรมทรัพยากรธรณีมีอยู่ ซึ่งล้วนแต่มีการร่อนหาทองคำกันมาแต่โบราณ ประเทศไทยครั้งนั้นคงมีทองคำอุดมสมบูรณ์มากนักเผชิญโชคชาวภาระตะผู้นำอารยะธรรมของชมพูทวีปมาสู่กัมพูชา ในโบราณกาลจึง พากันเรียกดินแดนแห่งนี้ว่า สุวรรณภูมิ แผ่นดินที่ เรียกว่าสุวรรณภูมินี้มีอาณาเขตครอบคลุมพม่า ไทย ตลอดจนแหลม มาลายู สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงประทานอรรถาธิบายไว้ในคำอธิบายหนังสือพระ ราชพงศาวดาร เล่มที่หนึ่ง(พ.ศ.2457) ว่าทรงเห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า สุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ตั้งแต่เมืองมอญ ตลอดลงมาถึงแหลมมาลายู หรือบางทีอาจตลอดไปจนถึงเมืองญวน โดยในครั้งกระโน้น ดินแดงนี้อาจเรียกว่าสุวรรณภูมิทั้งหมด
ความผูกพันกันระหว่างโลหะทองคำกับคนไทยนั้นมีมายาวนาน อาจย้อนไปถึงสมัยอาณาจักรเชียงแสนเพราะมีหลักฐานพระพุทธรูปหล่อ ด้วยทองคำซึ่งมีศิลปะแบบเชียงแสน ปรากฎอยู่ จากนั้น เมื่อไทยได้รับระบบสมมติเทวราชของขอมมาให้เป็นสถาบันบริหารสูงสุด ของประเทศ ทองคำถูกนำมาใช้ในการทำเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และเครื่องราชูปโภคทั้งหลาย
ความมั่งคั่งในทองคำของไทยในอดีตอาจพิจารณาได้จากการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาว ต่างชาติ เช่น พระราชสาสน์นั้นเป็นการเขียน (จาร) ลงบนแผ่นทองคำที่เรียกว่าพระสุพรรณบัฏ และเครื่องราชบรรณาการต่าง ๆ ที่ทำด้วยทองคำเป็นต้น นอกจากนี้เครื่องใช้และเครื่องประดับต่าง ๆ ก็ยังนิยมใช้ทองคำด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงถึงการมีทองคำอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื่อกันว่าที่มาของทองคำเหล่านี้ คือแหล่งทองที่เป็นเกล็ดปนอยู่ในทราย ซึ่งมีอยู่ทั่วไปตามลำธารของภาคเหนือและภาคอีสานตอนเหนือ
ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ส่งทองคำไปเป็นเครื่องบรรณาการแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศสถึง 46 หีบ และพระองค์ได้ให้เอกอัครราชทูตไทยที่ส่งไปเจริญสัมพันธไมตรีในครั้งนั้นว่า จ้างผู้เชี่ยวชาญการทำเหมืองแร่ทองคำจากฝรั่งเศสมาด้วย แร่ทองคำที่มีการผลิตหรือร่อนแร่กันในสมัยนั้น คือ แร่ทองคำบ้านป่า ร่อน อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีการค้นพบและทำเหมืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2283 และมีหลักฐานว่าในปี พ.ศ.2293 สามารถผลิตทองคำ ได้ทองคำหนัก 90 ชั่งเศษ หรือน้ำหนักประมาณ 109.5 กิโลกรัม
ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีเครื่องทองคำที่ควรกล่าวถึง เป็นเครื่องประดับสำหรับ เกียรติยศซึ่งปรากฏในหลักฐานเอกสารต้นตำนานตรานพรัตน์ฯ เมื่อพระมหากษัตริย์บรมราชาภิเษกเสด็จประทับพระที่นั่งภัทรบิฐพราหมณ์ย่อม ถวายพระสังวาลย์นพรัตน์นั้นสวมทรงก่อน จวบจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2325 เป็นต้นมา ในรัชกาลที่ 4 สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การขุดทองลดน้อยลงจนต้องหาซื้อนำ เข้าจากต่างประเทศ การใช้ทองคำมีปรากฏในพระราชนิพนธ์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพซึ่งได้กล่าว เกี่ยวกับการทำเงินตราสยามเป็นเหรียญเงิน และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้ทำเหรียญทองคำด้วยเช่นกัน
กระทั่งปี พ.ศ.2414 มีการค้นพบทองคำที่บ้านบ่อ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีและได้มีการ ทำเหมืองด้วยวิธีการขุดเจาะอุโมงค์ใต้ดินในปี พ.ศ.2416 โดยพระปรีชากลการเจ้าเมืองปราจีนบุรี แต่ปิดดำเนินการในปี พ.ศ.2421 ต่อมาได้เปิดดำเนินการอีกครั้ง ในช่วงปี พ.ศ.2449 2459 แต่ไม่มีข้อมูลของการผลิตแต่อย่างใดจาก นั้นจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีชาวต่างประเทศได้เข้าติดต่อค้าขายและมีการเสาะหาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีชาวอิตาเลียน ได้ขอทำการขุดทองที่บางตะพานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมื่อกลับไปก็ไปเผยแพร่ ว่าประเทศไทยนั้นอุดมด้วยแร่ทองคำเนื้อดีจึงทำให้ชาวต่างชาติหลายชาติได้ เข้ามาขออนุญาตขุดหาแร่ทองคำมากขึ้น
ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลได้ให้สัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำแก่บริษัทจากประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสหลายแห่ง เช่น แหล่งโต๊ะโมะ จังหวัดนราธิวาส แหล่งบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แหล่งกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นต้น แต่บริษัทต่างๆ เหล่านี้ ได้หยุดดำเนินการเนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้มีบันทึกไว้ว่า บริษัท Societe des Mine d Or de Litcho ของฝรั่งเศส ได้ทำเหมืองแร่ทองคำที่แหล่งโต๊ะโมะ จังหวัดนราธิวาส ในระหว่างปี พ.ศ.2479 2483 ได้ทองคำหนักถึง 1,851.44 กิโลกรัม ระหว่างปี พ.ศ.2493 2500 กรมโลหกิจ(กรมทรัพยากรธรณีในปัจจุบัน) ได้ทำเหมืองทองคำที่บ้านบ่อ จังหวัดปราจีนบุรี สามารถผลิตทองคำได้ถึง 54.67 กิโลกรัม
โดยทั่วไปแล้วมักพบแร่ทองคำจะอยู่ในหินอัคนีชนิดเบสมากกว่าชนิดกรด แต่ส่วนใหญ่จะพบว่าทองอยู่ในหินชั้นและในกระบวนการของหินชั้น พบว่าหินทรายจะมีปริมาณทองมากกว่าหินชนิดอื่น ๆ
การเกิดของแร่ทองคำ การเกิดของแร่ทองคำนั้นแบ่งออกเป็น 2 แบบตามลักษณ์ที่พบในธรรมชาติ ดังนี้
เมื่อ พ.ศ. 2396 สหรัฐอเมริกาได้มีการค้นพบทองครั้งใหญ่ ผลิตทองได้มากมายจนทำให้เป็น ผู้นำการผลิตทอง ถึง 50 ปี ส่วนในออสเตรเลียก็เช่นเดียวกันกับสหรัฐอเมริกา คือมีการค้นพบทองมากมาย จึงทำให้ตลาดของสหรัฐอเมริกาดูตกต่ำลง แต่ช่วงเวลาไม่นานจำนวนทองที่ ออสเตรเลียก็ลดลงอย่างรวดเร็วในขณะที่การค้นพบทองครั้งใหญ่ ก็เกิดขึ้นอีก ครั้งที่สหรัฐอเมริกาทำให้สหรัฐอเมริกาในตลาดโลกมีความกระเตื้องขึ้นหลังจาก ที่ตกต่ำไป หลังจากนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2439 มีการตื่นทองครั้งใหญ่ที่แคนาดาซึ่งผลิตทองได้เกินกว่า 15 ล้านเอานซ์ต่อปี และในปี พ.ศ. 2458 สุงสุดเกือบ 23 ล้านเอานซ์ต่อปี นับตั้งปี พ.ศ. 2448 ประเทศแอฟริกา เป็นอันดับหนึ่งในการผลิตทอง รองลงมาคือประเทศ สหรัฐอเมริกา ประมาณ 26 ปี ต่อมา ผลผลิตทองของสหรัฐอเมริกาจึงตกเป็นรองประเทศรัสเซียและแคนาดา
เมื่อประมาณ 60-70 ปีมาแล้ว แหล่งแร่ทองคำที่สำคัญที่สุด คือแหล่งแร่ที่ป่าร้อนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งชาวบ้านที่นี่ทำการหาทองโดยวิธีการร่อน เป็นเวลาหลายปีจนปริมาณลดลง แต่ก็ยังมีเหลือพบบ้าง
1.บริเวณพื้นที่ในเขตตอนเหนือของจังหวัดอุดรธานี อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย อำเภอเมือง อำเภอเชียงคาน และอำเภอปากชม จังหวัดเลย
ในช่วง 6000 ปีที่ผ่านมา คาดว่ามีการขุดทองคำขึ้นมาใช้แล้วมากกว่า 125,000 ตัน โดยประวัติการขุดค้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ยุด คือ ยุคก่อนการตื่นทอง และยุคหลังการตื่นทอง คาดว่ากว่า 90% ของทองคำที่เคยถูกขึ้นนั้นถูกขุดขึ้นมาหลังปี ค.ศ. 1848 หรือตั้งแต่ยุคตื่นทองในแคลิฟอร์เนีย เครดิต goldtraders.or.th
|
เว็ปไซด์นี้จัดทำเพื่อเสนอข้อมูลแลกเปลี่ยนข่าวสาร และแนะนำข้อมูลของโปรเกอร์ต่างๆ เท่านั้น ซึ่งทางเราไม่มีการระดมทุนจากสมาชิกใดๆ อย่างเด็ดขาด
ทุกโปรกเกอร์ที่แสดงอยู่ในเว็ปไซด์นั้น สมาชิกแสดงความประสงค์ที่จะสมัครเปิดบัญชีกับโปรกเกอร์ด้วยตนเอง ซึ่งทางเราเพียงแสดงลิงค์การสมัครเป็นสมาชิกในแต่ละโปรกเกอร์เท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้วการเปิดบัญชีกับโปรกเกอร์ต่างๆ ที่มีอยู่ในเว็ปไซด์เรานั้น ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นอยู่แล้ว
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
ฝาก สั่งจอง และถอนเครดิตผ่านธนาคารไทย
บริการฝากเครดิตเข้าบัญชี Forex 24 Hr. - ใช้ในกรณีที่ทางเรามีจำนวนเครดิตสำรอง ในบัญชี Forex เพียงพอที่สามารถฝากเงินเข้าบัญชี Forex ให้กับสมาชิกได้ภายใน 0-24 ชั่วโมงทำการ หลังจากแจ้งชำระเงิน
สั่งจองเครดิตเข้าบัญชี Forex - ใช้ในกรณีที่ทางเรามีจำนวนเครดิตสำรอง ในบัญชี Forex ไม่เพียงพอ สมาชิกที่สั่งจองและชำระเงินกับทางเราจะได้ รับการโอนเครดิตเข้าบัญชี Forex ภายใน 1-5 วันทำการ
บริการถอนเครดิตจากบัญชี Forex - รูปแบบและวิธีการถอนเครดิตขึ้นอยู่กับแต่ละระบบของโปรกเกอร์ ซึ่งบ้างโปรกเกอร์สามารถเลือกถอนเครดิตได้ทั้ง ผ่านธนาคารไทย (ใช้เวลา 1-5 วันทำการ) ผ่านบัตรเดบิต (ใช้เวลา 2-4วันทำการ) หรือผ่าน E-currency (ใช้เวลา 1-2 วันทำการ) โปรดดูรายละเอียดการถอนเครดิต ก่อนทำรายการ
เวลาเปิดทำการ
บริการฝากและถอนเงินระหว่าง
11.00 - 23.00 น. จันทร์-ศุกร์
ตามเวลา ณ ประเทศไทย
Gold spot price
บทความล่าสุด
บทความที่น่าสนใจ
ประเภทสมาชิก
1. General Member : สมาชิกทั่วไป สมาชิกสามารถทำรายการ ฝากถอนหรือ จองเงิน ภายในเว็ปได้ โดยที่สมาชิกจะไม่ได้รับส่วนลดใดๆ จากอัตราแลกเปลี่ยนที่เห็นภายในเว็ปไซด์
2. IB Member : สมาชิกพิเศษ สมาชิกที่สมัครเปิดบัญชี Forex สมัครภายใต้ลิงค์ของเรา โดยที่สมาชิกจะได้รับเรตส่วนลดการฝากผ่านธนาคารไทย และเรตสูงขึ้นจากการถอนผ่านธนาคารไทย เมื่อเทียบกับสมาชิกทั่วไป (กรุณาล๊อคอินเข้าเว็ปไซด์เพื่อลงทะเบียนเป็นสมาชิกพิเศษ) พร้อมทั้งมีสิทธิเข้าร่วมโครงการคืนเงิน หรือ Rebate Program กับทางเรา
Forex Chart
ค่าธรรมเนียมการบริการ
ค่าธรรมเนียมการฝากเงินเข้าบัญชี Forex (Local Deposit Service)
|
Forex |
Gerneral Member | IB Member |
| ทุกโปรกเกอร์ | 5.00-8.00% | 3.00-6.00% |
?
ค่าธรรมเนียมการถอนเงินออกจากบัญชี Forex (Local Withdrawal Service)
|
Forex |
Gerneral Member | IB Member |
| ทุกโปรกเกอร์ |
4.00% |
2.00% |
*ค่าธรรมเนียมในการฝาก คิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงจากธนาคารกลางของยุโรปเทียบกับสกุลเงินบาท ?เรตฝากถอนที่เห็นเมนูทำรายการนั้น เป็นเรตจากอัตราประเภทสมาชิกของแต่ละคน*
สถิติเว็ปไซด์






![]() | วันนี้ | 367 |
![]() | เมื่อวานนี้ | 504 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 367 |
![]() | เดือนนี้ | 8930 |
![]() | เดือนที่แล้ว | 11024 |
![]() | รวมทั้งหมด | 331776 |
วันนี้: พ.ค. 20, 2012






คู่มือเทรด






